เกร็ดการทำธุรกิจ

SWOT Analysis

จุดแข็ง จุดอ่อน
นโยบายการเงินที่แข็งแกร่ง: บราซิลสามารถต้นทานวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2008-2009 ได้และรักษาอัตราการเติบโตที่มั่นคง ขาดความต่อเนื่องในนโยบายอุตสาหกรรม และมีการลงทุนค่อนข้างน้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนาหรือเทคโนโลยี
ประชากรจำนวนมหาศาลถึง 200 ล้านคน การคมนาคมทางรถไฟไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ
ชายฝั่งทะเลที่เต็มไปด้วยทรัพยากรน้ำมัน: พบแหล่งน้ำมันแห่งใหม่ใต้ระดับชั้นเกลือ ภาคธุรกิจอย่างไม่เป็นทางการมีขนาดใหญ่ ซึ่งแสดงสัดส่วนรายรับทางธุรกิจที่สำคัญ
งานแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ: การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 และการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์ปี 2016 ระบบภาษีที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ: ระบบจัดเก็บภาษีสูงและค่อนข้างซับซ้อนมาก (บราซิลอยู่ในอันดับที่ 150 จาก 183 ประเทศ)
ภาคการเกษตรที่แข็งแกร่ง: บราซิลเป็นประเทศยักษ์ใหญ่เขตร้อนเพียงแห่งเดียวที่ส่งออกอาหาร ความเหลื่อมล้ำด้านการกระจายรายได้: ช่องว่างระหว่างคนรายและคนจนยังคงมีสูงมาก
ความช่วยเหลือให้กับต่างชาติ: ความสามารถในด้านเกษตรกรรมอันมหาศาลทำให้บราซิลสามารถส่งออกความช่วยเหลือด้านอาหารให้กับประเทศต่างๆ เช่น เฮติ การศึกษา: การลงทุนต่ำและระบบการศึกษาภาครัฐที่ไร้ประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี ในช่วงหลายปีข้างหน้า บราซิลน่าจะได้รับเงินลงทุนมหาศาลจากค่าสัมปทานน้ำมันปิโตรเลียมใต้ระดับชั้นเกลือ (Pre-Salt)
โครงการสวัสดิการ Bolsa Familia ของบราซิลช่วยเหลือค่าใช้จ่ายแก่ครอบครัวเพื่อส่งเสียเด็กๆ ให้เล่าเรียนและตรวจร่างกายเป็นประจำ ภาษา: ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาที่ใช้กันในไม่กี่ประเทศและอาจไม่มีประโยชน์ในเชิงธุรกิจมากนัก ประชากรส่วนใหญ่ของบราซิลยังใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่มากเท่าที่ควร
เงินลงทุนมหาศาล: เงินลงทุนจากต่างชาติเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศและนำพาเงินทุนและความสามารถต่างๆ ให้หลั่งไหลเข้ามาเพื่อปรับปรุงผลิตภาพและโครงสร้างพื้นฐาน มีการทุจริตฉ้อโกงบ้างในทุกระดับ
อุตสาหกรรมน้ำตาลที่แข็งแกร่ง: ข้อได้เปรียบด้านการเกษตรและสภาพดินฟ้าอากาศทำให้บราซิลเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำตาลและเอทานอลรายหลักของโลก อาชญากรรม:ระดับอาชญากรรมที่สูงอาจจะขัดขวางการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติและส่งผลให้มีการเพิ่มต้นทุนการดำเนินธุรกิจในแง่ความปลอดภัยและประกันภัย
พลังงานที่ยั่งยืน: บราซิลมีศักยภาพในการผลิตพลังงานชีวภาพ ไฟฟ้าพลังน้ำ และลมอันมหาศาล ระบบราชการที่ซับซ้อน (อาจมีความล่าช้าบ้าง)
ชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต: อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและโอกาสในการจ้างงานทำให้ชนชั้นกลางเติบโตขึ้นเป็นจำนวน 52 ล้านคนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ อาจเป็นอุปสรรคในการเติบโตทางธุรกิจ
การท่องเที่ยว: ศักยภาพในการเติบโตอันมหาศาลในอุตสาหกรรมนี้ส่งผลให้เกิดการลงทุนและการส่งเสริมที่มากขึ้น  
วัตถุดิบและวัตถุดิบทางธรรมชาติ:  มีวัตถุดิบที่หาได้มากมาย  
อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง: อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีบริษัทในท้องถิ่นมากมาย รวมทั้งบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง สามารถเข้าถึงวัตถุดิบธรรมชาติต่างๆ มากมาย อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง: ขาดแรงจูงใจจากรัฐบาลสำหรับอุตสาหกรรมนี้ และการขาดความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมเอเชียเกี่ยวกับเครื่องสำอางและแฟชั่น
อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม: ลักษณะนิสัยในการบริโภคอาหารแบบใหม่ของชนชั้นกลางและความต้องการอาหารต่างประเทศที่มากขึ้นในชนชั้นกลางระดับบน อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม: ชาวบราซิลมีความรู้และและความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยน้อย ผู้บริโภคชาวบราซิลจึงยังไม่รู้จักอาหารไทยมากนัก
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์: รายได้ที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดความต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีมูลค่าเพิ่มและมาจากต่างประเทศมากขึ้น อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์: ระบบการจัดส่งสินค้าและการหมุนเวียนการกระจายสินค้าที่มีราคาสูงมีการกระจุกตัวและทำให้ยากต่อการเข้าตลาด
โอกาส อุปสรรค
การเติบโตด้านท่องเที่ยว อุปสรรคในการส่งออก: อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศที่ไม่ค่อยดีนักและบราซิลไม่เน้นการส่งออกทำให้การส่งออกไม่น่าดึงดูดเท่าที่ควร
ชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต สกุลเงินเรอัล: ค่าเงินสูงเกินกว่าความเป็นจริง
ภาคการผลิต: ภาคส่วนอุตสาหกรรมบางแห่งกำลังขยายตัวเนื่องมาจากการลงทุนระดับสูงและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยสูงมาก: ทำให้การลงทุนไม่เพิ่มมากนัก
การเลือกปฏิบัติกับชาวผิวสี (ในทางที่ดี): โครงการใหม่ของรัฐบาลแลการช่วยเหลือเพื่อให้โอกาสที่เท่าเทียมกันกับประชาชนผิวสี เศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านกำลังซบเซาและชะลอตัวอยู่
การลงทุนในน้ำมันใต้ระดับชั้นเกลือ: โอกาสในการลงทุนมหาศาลสำหรับบริษัททั้งในและต่างประเทศ ความสามารถในการส่งออกลดลง ทำให้สูญเสียโอกาสในตลาดประเทศเพื่อนบ้านให้กับสินค้านำเข้าจากเอเชีย
ไฟฟ้าพลังน้ำ – กำลังผลิตรวม: เพิ่มจาก 4.8 ล้านกิโลวัตต์ในปี 1960 เป็น 75 ล้านกิโลวัตต์ในปี 2012  
การขยายตัวในภาคการเกษตร: เทคโนโลยีเกษตรศาสตร์และที่ดินที่อุดมสมบูรณ์มากมายรองรับศักยภาพในการเติบโต  
อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง: หญิงชาวบราซิลชื่นชอบแฟชั่นและความงาม ยอมลงทุนในเครื่องสำอางเป็นอย่างมาก อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง: ผู้บริโภคหญิงค่อนข้างระมัดระวังในการลองเครื่องสำอางที่ไม่เข้ากับแฟชั่นในปัจจุบัน และแฟชั่นในบราซิลเปลี่ยนค่อนข้างบ่อย
อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม: ชาวบราซิลชื่นชอบอาหารเอเชียและชอบลองอาหารแปลกใหม่ ความต้องการเครื่องดื่มที่แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม: ผู้บริโภคอาจไม่ชื่นชอบหากอาหารนั้นแตกต่างหรือแปลกใหม่จากอาหารประจำชาติหรืออาหารตะวันตกมาก และอาหารไทยอาจต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย (เพราะคนบราซิลมักเข้าใจว่าอาหารไทยเผ็ด) ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการประกอบอาหารให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์: รายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายกับไปกับเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงขึ้นมากขึ้น รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์นำเข้าด้วย

อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์: อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของบราซิลมีการแข่งขันสูงและเน้นที่ราคาและการออกแบบ ทำให้ยากต่อการเจาะตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ

ที่มา : หลายแหล่ง ข้อมูลเสริมจาก UNO

คำแนะนำ

ขอแนะนำให้บริษัทต่างชาติศึกษาตลาดบราซิลอย่างถี่ถ้วน ขอให้รวบรวมข้อมูลและจ้างที่ปรึกษาเฉาพะด้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้น หากอุตสาหกรรมดังกล่าวมีข้อบังคับที่เข้มงวด จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากข้อกฎหมายและข้อบังคับอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจ


อุตสาหกรรมบางส่วน (เครื่องสำอาง เฟอร์นิเจอร์ อาหาร และเครื่องดื่ม)

ในบรรดาอุตสาหกรรมทั้ง 3 ส่วน อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นอุตสาหกรรมที่มีระเบียบข้อบังคับมากที่สุด โดยเฉพาะในแง่มาตรฐานและมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค โดยมากการเปลี่ยนแปลงนี้อาจไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ แต่จำต้องมีการเปลี่ยนแปลงในการทำงานและกระบวนการต่างๆ

อุตสาหกรรมทั้ง 3 ส่วนถือว่ามีโอกาสสูงมากในบราซิล เครื่องสำอางเป็นสินค้าที่สำคัญสำหรับหญิงชาวบราซิลและเกือบทุกคนลงทุนซื้อสินค้าเหล่านี้อยู่เป็นประจำ แม้รายได้จะลดลงบ้าง แต่หญิงชาวบราซิลจะยังคงซื้อสินค้าเหล่านี้ต่อไป

การจับจ่ายเฟอร์นิเจอร์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าบ้านหลังใหม่ ส่วนการใช้จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มนั้นก็เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อรายได้ครอบครัวเพิ่มขึ้นและมีกำลังซื้ออาหารที่มีราคาสูงขึ้นหรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้