สาระน่ารู้

บราซิล : ผู้นำแห่ง MERCOSUR และก้าวต่อไป

บราซิล : ผู้นำแห่ง MERCOSUR และก้าวต่อไป

หลาย ๆ คนคงทราบกันว่าบราซิลเป็นเสมือน “พี่ใหญ่” ใน Mercosur ซึ่งตอนนี้การจัดทำความตกลงของ Mercosur กับประเทศหรือกลุ่มประเทศต่าง ๆ กำลังเป็นที่จับตามอง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย จึงขอนำเสนอบทความที่เกี่ยวข้องกับบราซิลและความตกลงทางการค้ากับนานาประเทศ

ตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง (Southern Common Market) หรือ Mercosur เริ่มต้นขึ้นโดยสนธิสัญญา Asuncion ประเทศปารากวัย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2534 (ค.ศ.1991) ประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ ได้แก่ บราซิล อาร์เจนตินา ปารากวัย อุรุกวัย ส่วนเวเนซุเอลานั้นได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเต็มตัวเมื่อปี พ.ศ. 2556 (ค.ศ. 2013) รวมปัจจุบัน Mercosur มีสมาชิก 5 ประเทศ

ทั้งนี้ สมาชิกสมทบของ Mercosur มี 5 ประเทศ ประกอบด้วย ชิลี พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) โบลิเวีย พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) เปรู พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) โคลอมเบีย พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) และเอกวาดอร์ พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) โดยมีความตกลงสหภาพศุลกากรและมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศเพื่อนบ้าน (FTA) เช่น ชิลี โบลิเวีย และอีก 3 ประเทศนอกทวีปอเมริกาใต้ คือ อิสราเอล อียิปต์ และปาเลสไตน์ (มีเพียงอิสราเอลเท่านั้นที่ได้รับอนุมัติจากประเทศสมาชิกทุกประเทศอย่างเป็นทางการ) โดยมีประเทศเม็กซิโกและนิวซีแลนด์เป็นประเทศผู้สังเกตการณ์

Mercosur มีวัตถุประสงค์หลักในการเปิดเสรีทางการค้าในภูมิภาค (Trade Liberalization Program) กำหนดนโยบายการค้าและอัตราภาษีศุลกากรต่อประเทศนอกกลุ่มในลักษณะเดียวกัน (Common External Tariff) ประสานและดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบระดับมหภาค (Gradual Coordination of Macroeconomic Policies) และออกกฎระเบียบเพื่อนำปัจจัยและทรัพยากรการผลิตมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Adoption of Sectorial Agreements)

Mercosur ได้เปิดการค้าเสรีโดยยกเว้นพิกัดอากรระหว่างประเทศสมาชิกโดยสินค้าจะต้อง มาจากแหล่งกำเนิดใน Mercosur และจะใช้กฎนี้ตามมูลค่าเพิ่มในท้องถิ่นที่กำหนด ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศอาจมี “รายการยกเว้น” ของตนเองได้ โดยสินค้าในรายการยกเว้นทั้ง 100 รายการได้กำหนดอัตราภาษีศุลกากรที่จัดเก็บจากสินค้าภายนอกตลาดร่วมกัน (Common External Tariff หรือ CET) ซึ่งจะบังคับใช้กับประเทศนอกกลุ่ม รายการสินค้านี้โดยทั่วไปจัดทำขึ้นตามเหตุผลทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศและตามความจำเป็นในการนำเข้าสินค้าของประเทศต่าง ๆ

นอกจากนี้ Mercosur ยังมีความตกลงทางเศรษฐกิจร่วมกับโบลิเวีย ชิลี โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู เวเนซุเอลา และคิวบา ผ่านสมาคมการค้าเสรีลาตินอเมริกา (Latin American Integration Association หรือ ALADI) ซึ่งเป็นเครือข่ายข้อตกลงการค้าการให้สิทธิพิเศษทวิภาคี โดยมุ่งเน้นให้เกิดเขตการค้าเสรีในภูมิภาคลาตินอเมริกา สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศดังกล่าวและนำเข้าโดยสมาชิก Mercosur จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีนำเข้าระดับต่ำหรือยกเว้นภาษี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่การจัดประเภทภาษีของสินค้านั้นๆ

บราซิลมีความตกลงความร่วมมือและข้อตกลงการค้าบางส่วนกับบางประเทศ โดยความตกลงบางฉบับมีขอบเขตและวัตถุประสงค์แตกต่างกัน เช่น ความตกลง Mercosur- SACU-India ที่ให้สิทธิพิเศษในการเข้าสู่ตลาดแก่สินค้าบางประเภท นอกจากนี้ ยังมีความตกลงเฉพาะด้านอุตสาหกรรม เช่น ความตกลงว่าด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์ Mercosur -เม็กซิโก (ACE-55) ที่ให้โควตาฟรีสำหรับสินค้า ยานยนต์

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบราซิลเป็นสมาชิกของกลุ่ม Mercosur ทำให้บราซิลไม่สามารถทำ FTA ในลักษณะทวิภาคีกับประเทศอื่นได้ หากจะทำความตกลง FTA ต้องทำในนาม Mercosur กับประเทศอื่นเท่านั้น ขณะนี้ Mercosur อยู่ระหว่างการเจรจาหรือแสดงความสนใจที่จะทำความตกลง FTA แบบทวิภาคีและพหุภาคีกับอีกหลายประเทศและกลุ่มประเทศ เช่น สหภาพศุลกากรของแอฟริกาใต้ (SACU) อินเดีย อียิปต์ โมร็อคโค กลุ่ม Gulf Cooperation Council (GCC) เกาหลีใต้ และที่น่าจับตามองที่สุด คือ กับสหภาพยุโรปหรือ EU ซึ่งอยู่ในขั้นเจรจาพิจารณาแลกเปลี่ยนรายชื่อสินค้าระหว่างกัน โดยมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญและคาดว่าน่าจะมีการลงนามข้อตกลงกันได้ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทั้งนี้ เมื่อความตกลงระหว่าง Mercosur กับ EU บรรลุผลสำเร็จแล้ว ความตกลงดังกล่าวก็จะเป็นเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่ลำดับต้น ๆ ของโลก และจะทำให้ Mercosur สามารถส่งออกไปยังประเทศยุโรปได้มากขึ้น ขณะเดียวกันสินค้านำเข้าจากยุโรปก็สามารถหลั่งไหลเข้า Mercosur ได้มากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม

ที่ผ่านมา นโยบายการค้าระหว่างประเทศของบราซิลยังคงมุ่งเน้นการเจรจาในระดับ พหุภาคี กล่าวคือ ที่องค์การการค้าโลกมากกว่าการทำข้อตกลงเป็นรายประเทศ แต่นักวิชาการบางคนเชื่อว่ารัฐบาลปัจจุบันจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศ อย่างน้อย 2 ประการ คือ

  1. มีความสนใจลงนามข้อตกลงการค้ากับประเทศที่พัฒนาแล้วมากขึ้น และ
  2. มีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมซึ่งมีความอ่อนไหวต่อสินค้านำเข้ามากขึ้น เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อตกลงการค้าเสรี ที่จะเกิดขึ้นต่อไป

อนาคตของ Mercosur และ “บราซิล” พี่ใหญ่แห่งลาตินอเมริกาจะเป็นอย่างไร เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะบราซิล “มีปากมีเสียง” ค่อนข้างมากกับผลประโยชน์ต่าง ๆ ของตนเอง แม้ว่าการค้าของบราซิลกับสมาชิกอื่น ๆ ของ Mercosur จะคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 10 ของการค้าทั้งหมดของบราซิลก็ตาม

09/04/2015



กลับหน้าหลัก