คู่ค้าของท่าน

ภาคการเกษตร

ภาพรวมอุตสาหกรรมเกษตรในบราซิล

บราซิลมีสภาพอากาศและพื้นที่ที่อำนวยต่อการทำเกษตรกรรม โดยมีปริมาณน้ำฝนทั้งหมดต่อปีเกิน 1,200 มม. ทำให้สามารถเพาะปลูกพืชได้ปีละ 2 ครั้งในบางภูมิภาคโดยไม่ต้องอาศัยการชลประทาน ส่วนพื้นที่ที่การชลประทานเข้าถึงนั้น ประชาชนสามารถใช้ที่ดินเพาะปลูกได้ตลอดปี บราซิลมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ รวมทั้งลำธารอีกมากมายที่เป็นแหล่งน้ำสำหรับการชลประทานธรรมชาติ

ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้านเกษตรกรรมของบราซิลคือตำแหน่งผู้นำทางเทคโนโลยีการเกษตรเขตร้อน เกษตรกรที่มีแนวคิดแบบผู้ประกอบการ และโมเดลความร่วมมือเกื้อกูลกัน เกษตรกรมีความสัมพันธ์อันดีกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมสำหรับที่ดินเพาะปลูก รวมทั้งความสัมพันธ์กับองค์กรวิจัยเกษตรของบราซิล (EMBRAPA) ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนด้านการวิจัยและพัฒนาอันเป็นองค์กรที่รัฐบาลทั่วโลกต่างเข้ามาขอความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เกษตรกรของบราซิลนั้นมาจากภาคส่วนเอกชนและมีขนาดพื้นที่ทำกินที่ต่างกันไป ตั้งแต่ไร่นาอันไพศาลที่กินเนื้อที่เกิน 10,000 เฮกตาร์ (ราว 60,000 ไร่) ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดเล็กที่โดยมากอาศัยอยู่ทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ มีสหกรณ์คิดเป็นสัดส่วน 40% ของการผลิตภาคเกษตรทั้งหมดและให้บริการด้านต่างๆ แก่สมาชิก อาทิ ความช่วยเหลือเชิงเทคนิค การพาณิชย์ การจัดเก็บ และการอุตสาหกรรม เป็นต้น

ความร่วมมือกับสหกรณ์ต่างๆ เหล่านี้มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการร่วมทุนในการผลิตภาคเกษตร องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้บราซิลมีโอกาสเฉพาะตัวในธุรกิจการเกษตรเป็นอย่างมาก


ชีวนิเวศของบราซิล


ที่มา : MAPA

ภาคการเกษตรของบราซิลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและได้ปรับปรุงพัฒนาเทคนิคและความสามารถในการผลิตในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากนี้ ความสามารถในการผลิต ประสิทธิผลด้านการจัดการ การวิจัย นวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นได้ช่วยพลิกโฉมธุรกิจภาคการเกษตรของประเทศ โดยการเติบโตของการลงทุนในภาคส่วนนี้ทั้งในแง่เม็ดเงินอัดฉีดจากองค์กรและการลงทุนระยะยาวด้านงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการทำไร่เขตร้อน ทำให้การเพาะปลูกขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาค “ยังไม่เจริญ” ของประเทศ ส่งผลให้การทำเกษตรกรรมขยายตัวไปยังเขตเซอร์ราโด ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเพาะปลูกต่ำเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งกว่าปกติ มีระดับผลผลิตเนื้อต่อปีเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ บราซิลยังมีพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์และกว้างขวางที่สุดประเทศหนึ่งของโลกหรือประมาณ 388 ล้านเฮกเตอร์ (ราว 2,300 ล้านไร่) และด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม ทำให้สามารถทำการเพาะปลูกได้ 2 ครั้งต่อปีโดยในบางภูมิภาคไม่จำเป็นต้องอาศัยการชลประทานเลย

องค์กรหนึ่งที่มีส่วนผลักดันให้เกิดความสำเร็จในภาคส่วนนี้คือองค์กรวิจัยเกษตรของบราซิล (EMBRAPA) ซึ่งได้พัฒนาบุกเบิกเทคนิคการทำไร่และงานวิจัยเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตในถั่วเหลือง ฝ้าย ข้าวโพด และพืชประเภทอื่นๆ ในภูมิภาคเซอร์ราโดทางฝั่งตะวันตกกลาง อาจเรียกได้ว่าบราซิลมีความสามารถในการผลิตอาหารเพื่อป้อนความต้องการภายในประเทศได้เอง มีอาหารบางชนิดที่ไม่มีการเพาะปลูกในประเทศและจำเป็นต้องนำเข้ามา อาทิ ข้าวสาลี และมีการเพาะปลูกพืชบางชนิดที่ไม่ได้มีแหล่งกำเนิดในบราซิลได้แล้วเนื่องจากเทคโนโลยีด้านพืชผลที่ก้าวหน้า หากพิจารณาในแง่สินค้านำเข้า บราซิลมีการนำเข้าปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยคิดเป็นอัตราส่วนถึง 50%-80% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของปุ๋ย


การผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของบราซิล (ผลผลิตปี ค.ศ. 2011-2012)

สินค้า การผลิต ส่วนแบ่งในตลาดโลก ส่งออก ส่วนแบ่งในตลาดโลก
ถั่วเหลือง 82 ล้านตัน 31% 38.4 ล้านตัน 39%
ข้าวโพด 71 ล้านตัน 8% 17.5 ล้านตัน 19%
กาแฟ 55.9 ล้าน (ถุงบรรจุ 60 กก.) 38% 32.95 ล้าน (ถุงบรรจุ 60 กก.) 28%
น้ำตาล 37.5 ล้านตัน 28% 25 ล้านตัน 45%
เอทานอล 20,300 ล้านลิตร 24% 1,100 ล้านลิตร 16%
สัตว์ปีก 13,005 ล้านตัน 16% 3,582 ล้านตัน 36%
เนื้อวัว 9,375 ล้านตัน 16% 1.45 ล้านตัน 16%
เนื้อหมู 3.3 ล้านตัน 3% 645,000 ตัน 9%
น้ำส้ม 1.26 ล้านตัน 57% 1.23 ล้านตัน 82%
ที่มา : MAPA. Elaboration: UNO

สินค้าเกษตรที่สำคัญ (การผลิตและส่งออก) ในปี ค.ศ. 2012

อันดับในปี ค.ศ. 2012: การผลิตและส่งออกของบราซิล
สินค้าที่สำคัญ การผลิต การส่งออก การส่งออก (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
น้ำตาล 1 1 14.940
กาแฟ 1 1 8.732
น้ำส้ม 1 1 2.379
ถั่วเหลือง 2 1 24.139
เนื้อวัว 2 1 5.348
ยาสูบ 2 1 2.935
เอทานอล 2 1 1.239
ไก่กระทง 3 1 7.496
ข้าวโพด 4 4 2.624
เนื้อหมู 4 4 1.433

ที่มา : MAPA

โครงสร้างอุตสาหกรรม

ที่มา : MAPA

นโยบายและตัวเลือกทางการเงินยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีเครื่องมือที่สำคัญคือ CPR (Cédula de Produto Rural) ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ผลิตภาคเกษตร ตลอดจนเครื่องมืออื่นๆ ที่รองรับการให้เงินทุนแก่ตัวแทนอื่นๆ ในภาคส่วน เช่น CDCA (Certificado de Direitos Créditórios do Agronegócio) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2004 แม้การสนับสนุนจะยกระดับขึ้นเรื่อยๆ แบบปีต่อปี แต่ยังถือว่าแตะระดับต่ำอยู่เมื่อเทียบกับประเทศเกษตรกรรมอื่นๆ ทั่วโลก หากพิจารณาในแง่อำนาจทางการเมืองและเทคนิคการวิ่งเต้นในภาคการเกษตรของบราซิลแล้ว มีแนวโน้มที่เป็นไปได้ว่าการสนับสนุนเหล่านี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า


คำแนะนำ

นักลงทุนต่างชาติควรพิจารณาภาคเกษตรกรรมของบราซิลว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการพัฒนาบริษัทภาคการเกษตร ทั้งในแง่การผลิตอาหารหรือการบริการธุรกิจการเกษตร โดยมีศักยภาพในการเติบโตอันมหาศาลในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เกื้อกูลบริษัทการเกษตรในบราซิล รวมทั้งมีการคาดการณ์ว่าอุปสงค์ด้านอาหารทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกหลายสิบปีข้างหน้า หลังจากพิจารณาตัวแปรเหล่านี้ควบคู่กับเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ จะเห็นได้ว่ามีศักยภาพที่น่าสนใจรอนักลงทุนต่างชาติอยู่มากมาย


เอกสารที่เกี่ยวข้อง