กฎระเบียบที่ควรรู้

กฎระเบียบการลงทุนในบราซิลที่สำคัญ

ในการประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในบราซิล ผู้ลงทุนจำเป็นต้องลงทะเบียนในระบบ RADAR (ระบบการติดตามพิธีการศุลกากร) การลงทะเบียนในระบบการติดตามความเคลื่อนไหวของศุลกากร (“RADAR”) ทำให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงระบบการค้าต่างประเทศแบบบูรณาการหรือระบบ SISCOMEX (Sistema Integrado de Comércio Exterior - "SISCOMEX") RADAR จะทำการประเมินผู้ที่ประสงค์จะทำการค้ากับต่างประเทศก่อน บุคคลธรรมดาหรือนักธุรกิจที่ต้องการทำธุรกรรมนำเข้าหรือส่งออกจำเป็นต้องลงทะเบียนในระบบ RADAR

ระเบียบการจดทะเบียนผู้นำเข้าและผู้ส่งออก สามารถอ่านได้ใน Normative Instruction SRF ฉบับที่ 1288 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2012 ("IN SRF 1288/2012") และพระราชบัญญัติแสดงสิทธิ์ Declaratory Act Coana ฉบับที่ 33 ลงวันที่ 28 กันยายน 2012 ("ADE Coana no. 33/2012")


เอกสารทั้งสองฉบับกำหนดระเบียบวิธีการจดทะเบียนดังต่อไปนี้

(1) นิติบุคคล แบ่งประเภทการจดทะเบียน ดังต่อไปนี้

  • ก) แบบเร่งด่วน – สำหรับผู้ส่งออกและนิติบุคคลที่ประสงค์จะขอรับสิทธิประโยชน์ตามกฎระเบียบและบริษัทเงินทุนรวมแบบผสมโดยเร่งด่วน
  • ข) แบบไม่จำกัด – นิติบุคคลที่มีกำลังทางการเงินโดยประมาณมากกว่า 150,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ
  • ค) แบบจำกัด – นิติบุคคลที่มีกำลังทางการเงินโดยประมาณเท่ากับหรือน้อยกว่า 150,000 เหรียญสหรัฐฯ และ

(2) บุคคลธรรมดา รวมถึงผู้ผลิตสินค้ารายย่อยในชนบท ช่างฝีมือ ศิลปินหรืออาชีพอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน

ทั้งนี้ การประเมินกำลังทางการเงินจะพิจารณาจากธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 6 เดือน เพื่อกำหนดสถานะการจดทะเบียนในระบบ RADAR ว่าเป็นนิติบุคคลแบบจำกัดหรือไม่จำกัด โดยการประเมินกำลังทางการเงินจะคำนวณจากยอดการชำระเงินของผู้สมัคร ตามปรากฏในฐานข้อมูลของกรมสรรพากรประเทศบราซิล (“Receita Federal do Brasil”) ในช่วงเวลา 5 ปีปฏิทินก่อนการยื่นจดแจ้ง อันเกี่ยวเนื่องกับภาษีและการให้เงินช่วยเหลือต่างๆ


กฎหมายของบราซิลกำหนดระเบียบการนำเข้าสินค้า โดยแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

(1) การนำเข้าสินค้าโดยตรง (ด้วยตนเอง)

(2) การนำเข้าทางอ้อมผ่านบริษัทนำเข้า-ส่งออก (Trading Company)

  • ก) มีฐานะเป็นผู้ให้บริการ: เป็นตัวแทนลูกค้าของบริษัทนำเข้าส่งออกและจัดหาสินค้าตามคำสั่งนำเข้าของลูกค้า หรือที่เรียกว่า por conta e ordem (“Conta e Ordem Mode”) หรือ
  • ข) มีฐานะเป็นผู้นำเข้า: จัดหาสินค้าให้แก่บริษัทนำเข้าส่งออก และจัดหาสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (ดังที่ระบุไว้แล้วข้างต้นว่า “Encomenda Mode”)

ในการนำเข้าสินค้าทั้งสามประเภท ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการนำเข้าสินค้าทุกฝ่ายจะต้องจดทะเบียนผ่านระบบ RADAR ก่อน จึงจะดำเนินการนำเข้าผ่านระบบ SISCOMEX ได้

กรณีนำเข้าสินค้าโดยตรง ผู้นำเข้าเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วยตัวเองเพื่อนำไปใช้งานส่วนตัวหรือเพื่อจำหน่ายต่อ ผู้นำเข้าแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดด้วยเงินทุนของตนเอง และมีหน้าที่ชำระเงินภาษีที่เกิดขึ้นจากการนำเข้าทั้งหมด ได้แก่

(1) ภาษีอากรขาเข้า (“Imposto de Importação”- I.I.) ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่าย

(2) ภาษีอุตสาหกรรม (“IPI”) ผู้นำเข้าจะได้รับเครดิตและได้รับชดเชยในธุรกรรมต่อๆ ไป

(3) ภาษีสำหรับสวัสดิการทางสังคมเพื่อการนำเข้า (ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าโดยเฉพาะ และภาษีรัฐและภาษีธุรกิจ (COFINS)) ผู้นำเข้าจะได้รับเครดิตและได้รับชดเชยในธุรกรรมต่อๆ ไป และ

(4) ภาษีการจำหน่ายสินค้าและบริการ (ICMS) ผู้นำเข้าจะได้รับเครดิตและได้รับชดเชยในธุรกรรมต่อๆ ไป

ตลอดระยะเวลาที่ผู้นำเข้าใช้เงินทุนของตนเองในการนำเข้า ผู้นำเข้าจะต้องทำสัญญาการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศภายใต้ชื่อของตนเพื่อใช้ชำระเงินให้แก่ผู้ส่งออก

ในการนำเข้าสินค้าโดยตรง ผู้นำเข้าจะต้องดำเนินงานผ่านระบบ SISCOMEX โดยพิธีการศุลกากรสินค้านำเข้ากำหนดเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • ใบตราส่งสินค้า (B/L)
    ควรระบุชื่อหรือสลักหลังถึงผู้นำเข้าเพื่อทำพิธีการศุลกากรและเบิกคืนสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนได้ และ
  • ใบแจ้งหนี้เชิงพาณิชย์
    ควรระบุชื่อผู้นำเข้า/ผู้รับสินค้าและแสดงธุรกรรมระหว่างผู้จำหน่ายหรือผู้โอนสินค้าไว้อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ ผู้นำเข้าควรออกใบกำกับภาษีของการนำเข้าสินค้า (nota fiscal de entrada) ณ วันที่พิธีการศุลกากรเสร็จสมบูรณ์และขอเครดิตภาษีนำเข้าที่เรียกคืนได้ ในการนำเข้าโดยตรงนั้น ผู้นำเข้ามีหน้าที่ชำระภาษีนำเข้าทุกประเภทของรัฐบาลและรับผิดชอบการชำระภาษีแต่เพียงผู้เดียว ผู้นำเข้าจะต้องชำระภาษีนำเข้าทุกประเภท รวมถึงชำระราคาสินค้าให้กับผู้ส่งออก และถือเป็นผู้ซื้อสินค้าโดยพฤตินัย โดยเป็นไปตามหน้าที่และข้อจำกัดใน “มูลค่าศุลกากร” และ “ราคาโอน” ตามที่ระบุไว้ในกฎระเบียบต่างๆ

หากเป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทในเครือ ผู้นำเข้าจะต้องปฏิบัติตามระเบียบการจัดทำราคาโอน1 และปฏิบัติตามกฎการประเมินราคาของศุลกากรระหว่างบุคคลในเครือ2 ในกรณีเดียวกัน เมื่อกำหนดภาษีเงินได้จากการดำเนินงานได้แล้ว ผู้นำเข้าจะต้องปฏิบัติตามระเบียบการจัดทำราคาโอนกับประเทศที่ตนนำเข้าสินค้าซึ่งมีประโยชน์ทางภาษีหรือเป็นความลับเพื่อการถือหุ้นของบริษัทที่จัดตั้งภายใต้กฎของประเทศนั้นๆ โดยไม่คำนึงถึงการร่วมมือกับผู้ส่งออกต่างชาติ

ปัจจุบัน ผู้นำเข้าจะต้องชำระภาษีอากรขาเข้าให้แก่รัฐในวันที่บันทึกข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าในระบบ (Importation Statement: “DI”) ผู้นำเข้าควรเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าไว้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีระยะเวลาบังคับใช้ตามที่ระบุในกฎหมายและต้องแสดงแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรเมื่อจำเป็น ผู้นำเข้าถือเป็นผู้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม PIS และภาษี COFINS ทั้งในทางพฤตินัยและนิตินัย และต้องชำระภาษีดังกล่าวด้วยเงินทุนของตน จากนั้นรับเครดิตตามที่กำหนดจากจำนวนภาษีรายได้ประจำเดือน สำหรับภาษีอุตสาหกรรม (IPI) กฎหมายบราซิลจะถือว่าผู้นำเข้าเป็นผู้ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงมีหน้าที่ต้องชำระภาษีอุตสาหกรรม (IPI) ด้วย ดังนั้นเมื่อจำหน่ายสินค้านำเข้าได้แล้ว ผู้นำเข้าจำเป็นต้องชำระภาษี IPI และปฏิบัติตามหน้าที่ที่ระบุไว้ในกฎหมายว่าด้วยภาษี IPI

หลังจากลงทะเบียนในระบบ RADAR แล้ว บริษัทจึงสามารถเข้าสู่ระบบ SISCOMEX (Sistema Integrado de Comércio Exterior) หรือระบบการค้าระหว่างประเทศแบบบูรณาการได้ ระบบดังกล่าวเป็นศูนย์กลางโอนถ่ายข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกระหว่างหน่วยงานรัฐและธนาคารทุกแห่งที่เกี่ยวข้อง การคำนวณข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกผ่านระบบออนไลน์ดังกล่าวช่วยลดปริมาณเอกสารที่จำเป็นและเร่งให้กระบวนการเร็วขึ้น การบันทึกข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า (DI) ของผู้นำเข้าถือเป็นการเริ่มกระบวนการนำเข้า ข้อมูลที่ปรากฏในใบขนสินค้าขาเข้า (DI) ประกอบด้วยชื่อ-นามสกลุ ที่อยู่ของผู้นำเข้าและผู้ส่งออก รายละเอียดสินค้าและรหัสประเภทผลิตภัณฑ์ ราคาต่อหน่วย มูลค่ารวมของสินค้า และแหล่งกำเนิดสินค้า


  • สินค้าทุกชิ้นที่นำเข้ามาในประเทศบราซิลจะได้รับการตรวจสอบโดยศุลกากรที่ท่าขาเข้า
  • ผู้นำเข้าบันทึกข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า (DI) ในระบบเพื่อเริ่มกระบวนการนำเข้า
  • ผู้นำเข้าแสดงเอกสารประกอบการขนส่งสินค้าต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ท่าขาเข้า
  • เอกสารดังกล่าวประกอบด้วย ใบตราส่งสินค้า (BL) หรือ ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (AWB) ใบแจ้งหนี้เชิงพาณิชย์ที่ลงนามโดยผู้ส่งออก บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List) (ถ้ามี) และเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็น
  • ระบบคำนวณราคาภาษีอากรขาเข้า รวมถึงภาษีรัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามรายละเอียดการนำเข้า และส่งข้อมูลเรียกเก็บเงินไปยังธนาคารของผู้นำเข้าเพื่อตัดบัญชีตามยอดที่ต้องชำระ
  • สินค้านำเข้าที่ไม่ได้จดทะเบียนในระบบ SISCOMEX ภายในระยะเวลา 45 ถึง 90 วัน นับจากวันที่สินค้าเข้าประเทศจะถือว่าไม่มีเจ้าของ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำลายหรือกำจัดสินค้าดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด สินค้าที่ถูกยึดไว้ที่ท่าเกิน 60 วันเนื่องจากถูกระงับกระบวนการนำเข้าจะได้รับการปฏิบัติในทำนองเดียวกัน กรณีดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อผู้นำเข้าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศุลกากร อย่างไรก็ตาม สินค้านำเข้าไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตนำเข้า เนื่องจากระบบจะเป็นผู้ออกใบอนุญาตเองโดยอัตโนมัติ การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์ช่วยเร่งให้พิธีทางศุลกากรแล้วเสร็จภายใน 10 วันทำการนับจากวันที่บันทึกข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า (DI)
  • อย่างไรก็ดี การนำเข้าสินค้าบางประเภทไม่สามารถออกใบอนุญาตนำเข้าให้ได้อัตโนมัติ ผู้นำเข้าจะต้องได้รับความเห็นชอบจากจากหน่วยงานรัฐผู้มีอำนาจควบคุมการผลิตและการค้าสินค้าบางประเภท อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารและเวชภัณฑ์ โดยผู้นำเข้าควรขอใบอนุญาตนำเข้าก่อนดำเนินการขนส่งสินค้า หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องดำเนินการตามมาตรการบทลงโทษ การขอใบอนุญาตตามปกติอาจใช้เวลาถึง 60 วันและมีอายุใช้งาน 60 วันนับจากวันที่ขนส่งสินค้าไปบราซิล

ผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของบราซิล ผู้ส่งออกมีหน้าที่ให้ข้อมูลสำคัญต่างๆ อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะรายละเอียดทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพียงเพื่อรับรองว่าประเภทสินค้านั้นถูกต้อง แต่ถือเป็นการปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานผู้ให้ความเห็นชอบเช่นกัน

การจำแนกประเภทสินค้า: รหัสในการจำแนกสินค้า NMC (Mercosur Common Nemenclature) ประกอบด้วยชุดตัวเลข 8 หลัก ตามระบบจำแนกพิกัดสินค้า (HS) ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานสากลในการจำแนกประเภทสินค้านำเข้า-ส่งออก การจำแนกประเภทสินค้าอย่างแม่นยำช่วยมิให้ผู้นำเข้าเสี่ยงกับชำระเบี้ยปรับที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้แล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากข้อตกลงทางการค้าระดับทวิภาคีและพหุภาคีของประเทศบราซิล ขอรับรหัส NMC ได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรประเทศบราซิล www4.receita.fazenda.gov.br/simulador/

ดูรายการ NMC ฉบับสมบูรณ์และภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.mdic.gov.br//sitio/interna/interna.php?area=5&menu=1848

ใบแจ้งหนี้ล่วงหน้า (Pro Forma Invoice) ระบุเงื่อนไขที่ตกลงไว้ระหว่างผู้นำเข้าและผู้ส่งออก รวมถึงข้อมูลต่างๆ ดังนี้ ข้อมูลผู้นำเข้าและผู้ส่งออกโดยละเอียด รายละเอียดของสินค้านำเข้า ลักษณะสินค้า (เพื่ออำนวยความสะดวกในการจำแนกประเภทพิธีการศุลกากร การประเมินภาษีอากรและภาษีศุลกากร) ประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิด (CO) ราคาต่อหน่วย (ระบุเป็นเงินตราต่างประเทศ) แบบฟอร์มการขายตามข้อตกลงการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศ มูลค่าสินค้าโดยรวม (ในเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าที่ตกลงกันไว้ (Incoterm) ให้ระบุค่าขนส่ง และค่าประกันขนส่งสินค้าไว้แยกกัน) ระยะเวลาที่ข้อเสนอมีผลบังคับใช้ น้ำหนักบรรทุก (น้ำหนักรวมและน้ำหนักสุทธิ) จุดถ่ายของขึ้นลง (ท่าเรือ ท่าอากาศยาน หรือพื้นที่ชายแดนที่สินค้านั้นต้องผ่าน) แบบฟอร์มการชำระเงิน

ใบอนุญาตการนำเข้า: ใบอนุญาตอาจออกโดยระบบอัตโนมัติหรือไม่อัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับการแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์โดยใช้รหัส NCM

หน่วยงานที่ให้ความเห็นชอบหลักแบ่งเป็น 4 หน่วยงาน ทำหน้าที่วิเคราะห์และควบคุมการนำเข้าสินค้าจำเพาะ ได้แก่ กรมการค้าระหว่างประเทศ (DECEX) หน่วยงานเฝ้าระวังสุขภาพแห่งชาติ (ANVISA) กระทรวงการเกษตร ปศุสัตว์ และการผลิตอาหาร (MAPA) และสถาบันมาตรวิทยา คุณภาพและเทคโนโลยีแห่งชาติ (INMETRO)


ANVISA หน่วยงานเฝ้าระวังสุขภาพแห่งชาติ (Agência Nacional Vigilância Sanitária)

เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบกฎระเบียบ การควบคุม และเฝ้าระวังสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ เวชภัณฑ์ สารเคมีที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้อ อาหาร ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ โลหิต และผลิตภัณฑ์โลหิต

กฎหมายสาธารณสุขของประเทศบราซิลกำหนดให้บริษัทที่ประสงค์จะนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ถูกควบคุมตามบัญชีควบคุมสุขภาพ ลงทะเบียนกับหน่วยงานเฝ้าระวังสุขภาพแห่งชาติก่อนนำเข้าสินค้าชนิดนั้น

ข้อกำหนดด้านสุขภาพที่มีผลบังคับใช้มุ่งใช้กับผลิตภัณฑ์บางประเภท ดังที่ระบุไว้ในภาคผนวกที่ 44 ของ ประกาศ ANVISA RDC 350/05.10 ผู้ส่งออกควรเตรียมให้ข้อมูลและตอบคำถามเกี่ยวกับเงื่อนไขการบรรจุสินค้า การขนส่ง การขนถ่าย และวิธีการจัดเก็บสินค้า เพื่อแสดงความโปร่งใสในการนำเข้าสินค้า รวมถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผล


MAPA – กระทรวงการเกษตร ปศุสัตว์ และผลิตอาหาร (Ministério da Agricultura, Pecuária e Abastecimento)

มีหน้าที่หลักในการบังคับใช้กฎหมาย และการควบคุมการนำเข้า-ส่งออกผลิตภัณฑ์จำพวกสัตว์ที่ยังมีชีวิต ผลิตภัณฑ์พืชและสัตว์ พืชและชิ้นส่วนของพืช พืชตัดต่อพันธุกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ อาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับสัตว์ ปุ๋ยเคมี รวมถึงแผ่นไม้กระดาน กล่องกระดาษ กล่อง บรรจุภัณฑ์และหีบห่อที่ทำจากไม้ โดยมีภารกิจดังนี้

  • เพื่อป้องกันการนำเข้าศัตรูพืชและโรคต่างๆ ที่อาจเป็นภัยต่อสุขภาพพืชและปศุสัตว์ในประเทศบราซิล
  • เพื่อรับประกันว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ พืช และการเกษตรเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และ
  • เพื่อออกใบรับรองสุขอนามัยพืชและใบรับรองสุขอนามัยสัตว์สำหรับสินค้าส่งออก

จะต้องยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าล่วงหน้ากับหน่วยงานที่มีอำนาจภายใต้เลขาธิการ MAPA แผนกการป้องกันการเกษตร หรือผู้อำนวยการการเกษตรในประเทศของผู้ยื่นขอใบอนุญาต และตามระเบียบการจดทะเบียนในระบบ SISCOMEX มาตรการการตรวจสอบสินค้าและการบังคับใช้ทางกฎหมายจะเริ่มดำเนินการเมื่อสินค้าเข้าสู่ประเทศบราซิล รวมถึงกระบวนการเฝ้าระวังทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องโดยผ่านการบริการเฝ้าระวังทางการเกษตร (Serviços de Vigilância Agropecuária – SVA) และหน่วยงานเฝ้าระวังทางการเกษตร (Unidades de Vigilância Agropecuária – UVAGROs) ซึ่งประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานบราซิล ท่าเรือ จุดตรวจชายแดนและด่านศุลกากรพิเศษ


ตัวอย่างภาษีและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ เครื่องยนต์ไฟฟ้า  
รหัส CNM 4812.02.00  
ประเทศแหล่งกำเนิด จีน  
มูลค่าศุลกากร (CIF) R$ 70,000.00
ภาษีอากร
ภาษีนำเข้า 6% R$ 4,200.00
ภาษีอุตสาหกรรม IPI 4% R$ 2,800.00
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ICMS 18% R$ 12,400.00
ภาษีมูลค่าเพิ่ม PIS  (สูตรเฉพาะ) R$ 600.00
ภาษีรัฐ COFINS  (สูตรเฉพาะ) R$ 800.00
ค่าธรรมเนียม
AFRMM 25% of freight R$ 900.00
ค่าธรรมเนียมการใช้งานระบบ SISCOMEX   R$ 70.00
ค่าท่าเรือ  (ตารางค่าธรรมเนียมท่าเรือ) R$ 400.00
ค่าโกดังสินค้า  (ตารางค่าธรรมเนียมท่าเรือ) R$ 600.00
นายหน้าศุลกากร  (ไม่บังคับ)                              R$ 300.00
ค่าขนส่งภายในประเทศ   R$ 450.00
ค่าประกันภายในประเทศ   R$ 150.00
รวม   R$ 93,670.00

ทดลองคำนวณภาษีและค่าใช้จ่ายการนำเข้าได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรประเทศบราซิลที่ http://www.receita.fazenda.gov.br/simulador

เมื่อใส่รหัส NMC และอัตราภาษีการจำหน่ายสินค้าและบริการ (ICMS) เว็บไซต์จะแจกแจงประเภทภาษีรัฐที่ต้องชำระ (ภาษีนำเข้า ภาษี IPI ภาษี PIS และภาษี COFINS) และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ


แผนภาพการนำเข้า

ข้อมูลจาก MDIC Elaboration: UNO


เอกสารที่ใช้ประกอบพิธีการศุลกากร

กระบวนการทางศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้า เริ่มเมื่อผู้นำเข้าหรือตัวแทนที่ชอบด้วยกฎหมายบันทึกข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า (DI) ในระบบ SISCOMEX ซึ่งปกติจะเป็นวันที่สินค้านั้นมาถึงประเทศบราซิล ขณะบันทึกข้อมูลผู้นำเข้าจะต้องเสียภาษีรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เอกสารข้อมูลใช้ประกอบการบันทึกข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า (DI) มีดังนี้

  • ใบตราส่งสินค้าตัวจริงหรือเอกสารอื่นที่เทียบเท่า
  • ใบแจ้งหนี้เชิงพาณิชย์ลงนามโดยผู้ส่งออกตัวจริง
  • บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List) และ
  • เอกสารอื่นใดที่กำหนดโดยข้อตกลงระหว่างประเทศหรือกฎหมายเฉพาะ

พิธีการศุลกากร: โดยทั่วไปแล้ว พิธีการศุลกากรจะดำเนินผ่านระบบ SISCOMEX หลังจากผู้นำเข้าหรือผู้แทนโดยชอบธรรมตามกฎหมายบันทึกข้อมูลลงในระบบ อย่างไรก็ดี อาจมีกรณียกเว้นขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าที่นำเข้า ประเภทธุรกรรมและ/หรือสถานะของผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้า โดยผู้นำเข้าต้องกรอกแบบฟอร์มดำเนินการจำเพาะชนิดอื่นแทนการบันทึกข้อมูลทั่วไปในระบบ


การนำเข้าสินค้าตัวอย่าง

บริษัทสามารถยื่นขอนำเข้าสินค้าชั่วคราว เพื่อนำเข้าสินค้าตัวอย่าง แคตตาล็อก และอุปกรณ์การโฆษณา เพื่อกระตุ้นการค้าในประเทศบราซิล ระเบียบดังกล่าวมีระยะเวลานำเข้าสินค้านานถึง 1 ปี และต่ออายุได้หนึ่งครั้งในระยะเวลาเท่ากันและไม่ต้องเสียภาษีเงินได้หรือภาษีอากรใดๆ ระเบียบนี้ใช้ได้เฉพาะสินค้าที่ใช้ในการจัดแสดงทางวัฒนธรรม ศิลปะ และ วิทยาศาสตร์ งานนิทรรศการการค้าและอุตสาหกรรม สินค้าสำหรับแสดงเชิงการค้า (เพื่อแสดง) หรือสินค้าตัวอย่างที่มีมูลค่าเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าหลายรายกล่าวว่ากระบวนการนี้ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอน แม้ประเทศบราซิลจะบังคับใช้อนุสัญญาอิสตันบูล ซึ่งกำหนดให้มีพิธีการ ATA Carnet หรือ พิธีการนำเข้าสินค้าชั่วคราวโดยได้รับยกเว้นค่าภาษีอากรแล้ว รัฐบาลบราซิลก็ยังขาดหน่วยงานที่ดำเนินพิธีการศุลกากรประเภทนี้ กฎหมาย IN SRF No 285/03 (Regime Especial de Admissão Temporária)


ระเบียบธุรกิจทั่วไป

  • กิจกรรมทางธุรกิจโดยทั่วไปมีกฎระเบียบควบคุมอยู่
  • ข้อห้ามต่างๆ มีผลบังคับใช้กับธุรกิจที่ครอบครองโดยชาวบราซิลและชาวต่างชาติเท่าเทียมกัน
  • มีการจัดทำเอกสารและขั้นตอนสำคัญต่างๆ จำนวนมากระหว่างการปฏิบัติงานรายวัน มีการควบคุมธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
  • ตลาดหุ้นมีการเคลื่อนไหวและพัฒนาพอสมควร แต่การถือกรรมสิทธิ์ในหุ้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย
  • มีการคุ้มครองทางสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์

หน่วยงานออกกฎระเบียบธุรกิจ

หน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจมีดังนี้

  • ธนาคารกลาง (BACEN) รับผิดชอบในการบังคับใช้นโยบายทางการเงิน ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรา ลงทะเบียนและควบคุมเงินทุนต่างประเทศ การโอนคืนกำไร รวมถึงออกกฎระเบียบของธนาคารและสถาบันการเงิน
  • คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (CVM) รับผิดชอบด้านตลาดหลักทรัพย์และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
  • สภาบริหารเพื่อป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจ (CADE) รับผิดชอบด้านการตรวจสอบและการป้องกันแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม และเฝ้าระวังการผูกขาดทางการค้า
  • สถาบันทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมแห่งชาติ (INPI) รับผิดชอบด้านสิทธิบัตร การจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้าและการพัฒนาเทคโนโลยี INPI มีอำนาจดูแลข้อตกลงแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี
  • กรมการค้าระหว่างประเทศ (DECEX) ของธนาคารแห่งบราซิล รับผิดชอบด้านการจัดการการค้าระหว่างประเทศ และควบคุมการออกใบอนุญาตนำเข้าและส่งออก

กรณีที่มีข้อพิพาทหรือดำเนินการทางกฎหมายระหว่างคู่กรณี ที่อ้างอิงตามแบบฟอร์มการชำระเงิน ให้ใช้กฎระเบียบของหอการค้าระหว่างประเทศ (ICC) เพื่อระงับข้อพิพาทดังกล่าว หรือหากไม่สามารถหาข้อยุติได้ ให้ดำเนินการผ่านอำนาจศาลซึ่งตั้งอยู่ในประเทศที่ทำสัญญา ซึ่งอาจเป็นประเทศที่จำหน่ายสินค้าหรือรับซื้อสินค้า

สถาบันทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมแห่งชาติแห่งบราซิล (INPI) ประกาศบังคับให้มติฉบับที่ 107/2013 มีผลบังคับใช้วันที่ 10 มีนาคม 2014 กฎหมายดังกล่าวมีเพื่อส่งเสริมการครอบครองเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักโดยเจ้าของโดยชอบธรรม เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังในบราซิล เดิมทีจะยื่นคำร้องดังกล่าวได้หลังจากถูกละเมิดสิทธิ์หรืออยู่ในการดำเนินคดีเท่านั้น โดยขยายระยะเวลาจาก 5 ปีเป็น 10 ปี ความคุ้มครองนี้เป็นไปตามสนธิสัญญาพหุภาคี 2 ฉบับ ได้แก่ อนุสัญญากรุงปารีสว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม และความตกลงทริปส์ (TRIPS Agreement : ข้อตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า) ตัวอย่างเหตุการณ์น่าประหลาดที่เกิดขึ้นในประเทศบราซิลคือศึกล่าสุดระหว่างบริษัท Apple และบริษัท Gradiente เพื่อชิงใช้ชื่อแบรนด์ “iPhone” บริษัท Gradiente Electronica ของบราซิลเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านี้ แม้ว่าแบรนด์ iPhone ของบริษัท Apple จะมีชื่อเสียงมากกว่า ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัท Gradiente ยื่นขอชื่อนี้ก่อน จึงมีสิทธิ์เป็นเจ้าของชื่อแบรนด์ดังกล่าว ในปี 2013 ศาลตัดสินเข้าข้างบริษัทสัญชาติบราซิล หลังจาก Apple ต่อรองเป็นเวลานานเพื่อขอใช้ชื่อแบรนด์ของตนในประเทศบราซิล

กฎระเบียบเฉพาะว่าด้วยการอนุญาตให้การทำธุรกิจเทคโนโลยีอ้างอิงตามขอบเขตทางกฎหมายและเศรษฐกิจต่างๆ ได้แก่ ภาษี ทรัพย์สินทางปัญญาและทางอุตสาหกรรม การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและการต่อต้านการผูกขาด รวมถึงเงินทุนต่างประเทศ บราซิลใช้กฎระเบียบแบบผสมแต่ต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้วตรงที่ไม่เน้นกฎระเบียบเฉพาะเจาะจง ประเด็นความลับทางการค้าไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ประเด็นอื่นๆ กลับได้รับการคุ้มครอง เช่น สัญญาว่าด้วยการแสวงหาผลประโยชน์ของสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า การจัดหาเทคโนโลยีและการให้บริการช่วยเหลือทางเทคนิค ทั้งนี้จำกัดค่าสิทธิไว้ที่ 5% ของราคาขายสุทธิ (เพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษีและการแลกเปลี่ยน)


สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์

กฎหมายฉบับที่ 9279/96 ให้ความคุ้มครองพิเศษแก่ทรัพย์สินอุตสาหกรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งหมายรวมถึงสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้าและรูปเขียนอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการคุ้มครองการละเมิดลิขสิทธิ์วิดีโอและเสียง บทลงโทษสำหรับการละเมิดสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า ได้แก่ การยึดสินค้า โทษจำและปรับ และการจ่ายเงินชดใช้ความสูญเสียและความเสียหาย


สิทธิบัตร

สิทธิบัตรการประดิษฐ์มีอายุนาน 20 ปี ส่วนรูปแบบและการออกแบบอุตสาหกรรมมีอายุนาน 15 ปี นับจากวันที่ยื่นจดแจ้งกับ INPI

กรรมสิทธิ์ในสิทธิบัตรสามารถโอนได้ ผู้ถือสิทธิบัตรในประเทศ ที่บราซิลได้ทำสนธิสัญญาหรืออนุสัญญาว่าด้วยเรื่องสิทธิบัตรด้วยนั้น มีอภิสิทธิ์ในการยื่นจดสิทธิบัตรก่อนภายในระยะเวลาที่กำหนด


เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้า

ผู้ลงทุนต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับ INPI และจำทะเบียนชื่อทางการค้ากับคณะกรรมการค้าในประเทศ (Junta Comercial) ข้อจำกัดว่าด้วยเครื่องหมายการค้าต่างๆ กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายทรัพย์สินอุตสาหกรรม (Código de Propriedade Industrial) การขึ้นทะเบียนมีอายุ 10 ปี และอาจต่ออายุได้อีกประมาณ 10 ปี หรือเทียบเท่า โดยไม่มีข้อจำกัด

ความคุ้มครองมีอายุ 10 ปีและสามารถต่ออายุได้อีก 10 ปีหรือเทียบเท่า ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในระบบประเทศบราซิลจะให้ความคุ้มครองและให้สิทธิ์แก่เครื่องหมายการค้าที่เป็นที่รู้จักในการยื่นจดก่อน (6 เดือน) กฎหมายบราซิลยังคงให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าร่วมและเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียง สัญลักษณ์ปรากฏโดดเด่นใดๆที่ไม่ถูกห้ามตามกฎหมายอาจจดทะเบียนเป็นเครื่องหมาย นิติบุคคลเอกชนสามารถยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ตนดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและโดยชอบด้วยกฎหมายด้วยตนเองหรือผ่านการดำเนินการที่ตนเป็นผู้ควบคุมโดยตรงหรือโดยอ้อมเท่านั้น การขอขึ้นทะเบียนและเอกสารแนบต่างๆต้องเป็นภาษาโปรตุเกส ในกรณีที่มีเอกสารใดๆ เป็นภาษาต่างประเทศต้องดำเนินการแปลในวันที่ยื่นขอหรือภายใน 60 วัน ผู้สมัครชาวต่างชาติต้องมีทนายที่ผ่านการรับรอง พำนักในประเทศบราซิล และมีอำนาจเป็นตัวแทนผู้สมัครในการดำเนินการโดยชอบ


รูปเขียนอุตสาหกรรม

การจดทะเบียนมีอายุ 10 ปี ต่ออายุได้ 3 ครั้งโดยในแต่ละครั้งมีอายุ 5 ปี การจดทะเบียนดังกล่าวสามารถโอนได้


ลิขสิทธิ์

ลิขสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายภายใต้ข้อตกลงอนุสัญญาและสนธิสัญญาที่บังคับใช้ในบราซิล นอกจากนี้ บราซิลยังเป็นประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเบิร์นว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรม และอนุสัญญากรุงปารีสว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม สนธิสัญญากรุงวอชิงตันว่าด้วยความร่วมมือด้านสิทธิบัตร และเป็นสมาชิกขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญากรุงเบิร์นฯ ความตกลงทริปส์และกฎหมายฉบับที่ 9,610/1998 ความคุ้มครองผลงานลิขสิทธิ์จะไม่ถูกบังคับให้จดทะเบียน อย่างไรก็ตามเจ้าของลิขสิทธิ์ควรจดทะเบียนผลงานกับสถาบันที่ผ่านการรับรอง กฎหมายบราซิลให้ผู้ถือครองลิขสิทธิ์มีสิทธิ์ดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้นำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 6,759/2009 วางกรอบกฎหมายสำหรับมาตรการทางชายแดนว่าด้วยสินค้าที่ต้องสงสัยเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์


ข้อมูลที่ไม่เปิดเผย

กฎหมายฉบับที่ 10,603 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2012 ว่าด้วยเรื่องข้อมูลที่ไม่เปิดเผยที่เกี่ยวข้องกับเวชภัณฑ์ที่ใช้กับสัตว์ ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ข้างต้น และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กฎหมายให้ความคุ้มครองต่อต้านการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นธรรม เนื้อหาและข้อมูลที่นำเสนอแก่เจ้าหน้าที่เพื่อขออนุมัติเชิงพาณิชย์ กล่าวคือมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารเคมีหรือสารชีวภาพแบบใหม่ ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้รับความคุ้มครอง 5 ปี การบังคับใช้ข้อมูลที่ได้รับความคุ้มครองอาจจำเป็นในบางกรณี เช่น เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมหรือเพื่อต่อต้านพฤติกรรมการแข่งขัน โดยทั่วไปแล้วข้อมูลที่ไม่เปิดเผยจะได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายทรัพย์สินอุตสาหกรรมมาตรา 195 ซึ่งระบุความผิดฐานการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงการใช้ข้อมูลที่ไม่เปิดเผย โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยการละเมิดสัญญา


ทรัพย์สินทางปัญญา การจำหน่ายและการจัดจำหน่าย

การจัดจำหน่าย

ประมวลกฎหมายแพ่งบราซิล (หรือประมวลกฎหมาย BCC ฉบับที่ 10,406/02) ได้กำหนดระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดจำหน่ายและการเป็นตัวแทนจำหน่ายไว้ โดยกิจกรรมเหล่านี้คล้ายคลึงกัน หากแต่ ตามประมวลกฎหมาย BCC ความแตกต่างของกิจกรรมเหล่านี้ คือ ผู้จัดจำหน่ายเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ในการจัดจำหน่ายต่างๆ ภายใต้ข้อตกลงการจัดจำหน่าย บุคคลหรือนิติบุคคลจำเป็นต้องดำเนินธุรกิจในนามของอีกฝ่าย (ผู้ผลิตของผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่าย) ในบริเวณที่กำหนดเพื่อรับค่าตอบแทนเป็นประจำ โดยไม่มีความสัมพันธ์ในเชิงผู้ว่าจ้างและลูกจ้าง ทั้งนี้เห็นควรว่าข้อตกลงการจัดจำหน่ายควรระบุสินค้า (การอธิบายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง) เขตการขายจำเพาะ ระยะเวลา ข้อผูกพันการซื้อ ประเด็นโฆษณาและการใช้เครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับอนุญาต

ตามประมวลกฎหมาย BCC หากไม่กำหนดระยะเวลา (ช่วงเวลา) ในข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ให้ถือว่าไม่มีการระบุเวลาและการยกเลิกสัญญาต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน 90 วัน

การเป็นตัวแทนจำหน่าย

การเป็นตัวแทนจำหน่ายต่างจากการจัดจำหน่าย ซึ่งการเป็นตัวแทนจำหน่ายถูกควบคุมโดยกฎหมายเฉพาะ (กฎหมายฉบับที่ 4,886/65 แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎหมายฉบับที่ 8,420/92) และควบคุมเพิ่มเติมโดยบทบัญญัติทั่วไปของประมวลกฎหมาย BCC ซึ่งนำไปใช้กับข้อสัญญาต่างๆ การเป็นตัวแทนจำหน่ายคือการทำหน้าที่เป็นคนกลาง มีผู้แทนจำหน่าย (บริษัทหรือบุคคล) เป็นผู้ปฏิบัติงานเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใดๆ ภายในตลาดที่กำหนด โดยเป็นผู้หาลูกค้าและได้รับผลตอบแทนเป็นค่านายหน้า (ปกติจะขึ้นอยู่กับมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย) กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ต้องจัดทำเป็นข้อตกลงลายลักษณ์อักษรตามแบบแผน ทั้งนี้ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อร่างข้อตกลงการเป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อหลีกเลี่ยงลักษณะความสัมพันธ์เชิงแรงงานระหว่างคู่สัญญาหรือสถานประกอบการถาวรของฝ่ายตัวแทนต่างชาติ เพื่อผลประโยชน์ทางภาษี

ข้อตกลงการเป็นตัวแทนจำหน่ายในบทบัญญัติต่างๆ ควรประกอบด้วย

  • (ก) คำอธิบายรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ
  • (ข) ระยะเวลาของการเป็นตัวแทน
  • (ค) การกำหนดเขตการจำหน่าย เช่น ระดับรัฐหรือภูมิภาค
  • (ง) การรับรองทั้งหมดหรือบางส่วนว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในเขตนั้น (ถ้ามี)
  • (จ) เงื่อนไขการจ่ายค่านายหน้า/ค่าธรรมเนียม
  • (ฉ) การจ่ายเงินชดเชยให้กับตัวแทนำจำหน่ายกรณียกเลิกสัญญาโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ซึ่งจะต้องไม่ต่ำกว่า 1/12 ของค่าตอบแทนทั้งหมดที่ได้รับ ขณะที่ยังมีผลบังคับให้เป็นตัวแทน

คำแนะนำ

หากนักลงทุนต่างชาติเลือกลงทุนในประเทศบราซิลผ่านบริษัทจัดจำหน่ายหรือตัวแทนจำหน่าย ควรตรวจสอบให้ดีว่าคู่ค้าใช้เครื่องหมายการค้าในบราซิลอย่างไร และก่อนลงนามในสัญญา นักลงทุนต่างชาติควรยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับสถาบันทรัพย์สินทางอุตสาหกรรมแห่งชาติ (INPI)

ข้อตกลงที่ลงนามโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องระบุข้อจำกัดและหน้าที่รับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายให้ชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าและป้องกันไม่ให้คู่ค้าภายในประเทศจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ในทางที่ผิด

อุตสาหกรรมบางประเภท (เครื่องสำอาง เฟอร์นิเจอร์ อาหารและเครื่องดื่ม)

นักลงทุนไทยทุกรายที่ลงทุนในประเทศบราซิลควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตราผลิตภัณฑ์ของตนได้รับความคุ้มครองที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม

การนำเข้า

ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าของประเทศบราซิลค่อนข้างซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจึงควรวางแผนเป็นอย่างดี เนื่องจากกฎหมายการนำเข้าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรอาจเพิ่มความยิ่งยุ่งยากให้แก่บริษัทที่ไม่รู้กฎระเบียบต่างๆ ปัญหาหลักการนำเข้าสินค้าในประเทศบราซิล ได้แก่

  • ระบบราชการ (การอนุมัติจากกระทรวง และหน่วยงานออกกฎระเบียบต่างๆ)
  • ภาษีศุลกากร (ค่อนข้างสูงสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม) และภาษีต่างๆ (ภาษีสินค้าอุตสาหกรรม (IPI) ภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) ภาษีการจำหน่ายสินค้าและบริการ (ICMS) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (PIS) ภาษีรัฐและภาษีธุรกิจ (COFINS))
  • กฎหมายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
  • ท่าขาเข้า ต้องวางแผนนำเข้าล่วงหน้า เนื่องจากเป็นตัวกำหนดภาษี ICMS ที่รัฐเรียกเก็บ
  • ต้นทุนโลจิสติกส์ (ทั้งเขตชายแดนและภายในประเทศ)

ศุลกากร

เนื่องจากประเทศบราซิลมีขนาดและวัฒนธรรมของแต่ละรัฐแตกต่างกัน พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในแต่ละท่าจึงต่างกันด้วย ถึงแม้ว่ากฎหมายของรัฐบาลกลางและกฎหมายรัฐเหมือนกัน แต่เจ้าหน้าที่ทางกฎหมายและเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรอาจนำมาใช้ต่างกันตามดุลยพินิจของตน ในทางกฎหมายเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่สังกัดกรมสรรพากรมักมีอิสระในการตัดสินใจและใช้อำนาจของตนในการกระทำตามที่ตนต้องการ ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละท่าอาจมีแนวทางแก้ไขต่างกัน

นอกจากข้อกำหนดของกรมศุลกากรแล้ว การนำเข้ายังอยู่ภายใต้กฎระเบียบของหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่บังคับใช้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เช่น การห้ามหรือจำกัดการนำเข้าสินค้าในท่าเรือบางแห่ง การบังคับเส้นทางการเดินเรือ การเก็บหรือการใช้หรือการขอใบอนุญาตพิเศษ การติดฉลากหรือการดำเนินงานตามเงื่อนไขของพิธีการศุลกากร สินค้าบางรายการจำเป็นต้องใช้ใบอนุญาตนำเข้าหรือหนังสืออนุมัตินำเข้าสินค้า ใบอนุญาตนำเข้าอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมการค้าระหว่างประเทศ (DECEX) กระทรวงพัฒนาอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศ (MDIC) และหน่วยงานรัฐที่ให้ความเห็นชอบที่เกี่ยวข้อง การผ่านพิธีการศุลกากรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการนำเข้าเป็นไปตามเงื่อนไขเพิ่มเติมที่กำหนดไว้เหล่านี้


สิทธิประโยชน์การนำเข้า

  • การยกเว้นภาษี
  • การลดภาษีนำเข้าชั่วคราวเนื่องจากสินค้าขาดแคลนกะทันหัน
  • รายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นอัตราการเก็บภาษีต่อประเทศนอกกลุ่มในอัตราเดียวกัน (CET)
  • การเปลี่ยนแปลงอัตราการเก็บภาษีต่อประเทศนอกกลุ่มในอัตราเดียวกันถาวร
  • ข้อตกลงทางการค้าต่างๆ เช่น สมาคมเพื่อการบูรณาการแห่งภูมิภาคลาตินอเมริกา (ALADI) กลุ่มเมอร์โคซอร์/อินเดีย บราซิล/เม็กซิโก กลุ่มเมอร์โคซอร์/อิสราเอล เป็นต้น

บริษัทต่างๆ สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์การนำเข้าและการยกเว้นภาษีอากรในบางกรณี

การขอยกเว้นภาษี สามารถยื่นขอยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ หรืออุปกรณ์ไอทีที่ไม่ได้ผลิตในประเทศบราซิล ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากไม่กระทบต่อภาคการผลิตอุตสาหกรรมในประเทศ ขั้นตอนขอยกเว้นภาษีใช้เวลาประมาณ 4-8 เดือน และได้รับการอนุมัติง่าย เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ ได้แก่ เอกสารอธิบายลักษณะจำเพาะของผลิตภัณฑ์ และเอกสารที่พิสูจน์ได้ว่าสินค้าดังกล่าวไม่คล้ายคลึงกับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ

เมื่อขาดแคลนสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างกะทันหัน บริษัทสามารถยื่นขอลดอัตราภาษีอากรขาเข้าชั่วคราว ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยควบคุมให้สินค้ามีราคาต่ำ เนื่องจากสินค้านำเข้าดังกล่าวสามารถทดแทนสินค้าภายในประเทศ กลุ่มประเทศเมอร์โคซอร์ได้รับอนุญาตให้คงรายการสินค้า 100 รายการที่มีอัตราภาษีศุลกากรคงที่ ต่างจากอัตราการเก็บภาษีต่อประเทศนอกกลุ่มในอัตราเดียวกัน (CET) ข้อตกลงนี้ช่วยสร้างความหลากหลายในภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศสมาชิกในกลุ่มเมอร์โคซอร์ อย่างไรก็ตามจะมีการปรับปรุงรายการสินค้าทุกปี โดยทดแทนสินค้าใหม่ 10 รายการแทนรายการเดิมตามความต้องการของภาคเอกชน ขั้นตอนการขอเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าค่อนข้างซับซ้อนและต้องหาเหตุผลสนับสนุน ชี้ให้เห็นความต้องการเพิ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในรายการ เนื่องจากต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกกลุ่มเมอร์โคซอร์

ในขณะเดียวกันสมาชิกสามารถแจ้งความจำนงขอเปลี่ยนอัตราภาษีศุลกากรเฉพาะอย่างถาวร แต่ขั้นตอนการขอยุ่งยากกว่า เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบต่อประเทศสมาชิกและมีผลในแง่ของการเมืองด้วย


ทุจริตการนำเข้า

เพื่อปรับปรุงวิธีการปราบปรามการทุจริตการนำเข้า รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์บริหารความเสี่ยงด้านศุลกากรแห่งชาติ (CERAD) ขึ้นกับฝ่ายงานบริหารความเสี่ยง กรมสรรพากร หน่วยงานระหว่างกระทรวงนี้เริ่มดำเนินการในเดือนสิงหาคม ปี 2012 นับแต่นั้นมาประเทศบราซิลได้เพิ่มจำนวนสินค้านำเข้าที่ต้องมีหนังสือรับรอง และเข้มงวดในการตรวจสอบรับรองการนำเข้า ในปี 2011 ได้กำหนดให้การจดทะเบียนสินค้าต้องผ่านการตรวจสอบรับรอง ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์จำนวน 1,829 รายการ


มาตรฐานทางเทคนิค

ในเดือนเมษายน 2012 กรมสรรพากรของประเทศบราซิล (RFB) และสถาบันมาตรวิทยา คุณภาพและเทคโนโลยีแห่งชาติ (INMETRO) ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคนิค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมสินค้านำเข้าให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับด้านเทคนิคแห่งบราซิล ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่ากรมสรรพากร (RFB) สามารถแจ้งให้ INMETRO ดำเนินการตรวจสอบรับรองระหว่างดำเนินพิธีการศุลกากรนำเข้า ทั้งสองฝ่ายยังร่วมกันประเมินมูลค่านำเข้าและปรับปรุงกลไกลในการตรวจสอบทางกายภาพ

ข้อบังคับ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับ หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกำหนดให้นิติบุคคลมีส่วนร่วมในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์และการรับรองมาตรฐาน ซึ่งผ่านการรับรองโดย INMETRO ดูรายการข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) ของ INMETRO ฉบับสมบูรณ์ได้ที่ www.inmetro.gov.br/english/international/mutual.asp

ดูรายการสินค้าที่ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานได้ที่ www.inmetro.gov.br/qualidade/prodCompulsorios.asp


การนำเข้าเครื่องสำอาง

สถานประกอบการที่ผลิต นำเข้าหรือจัดเก็บเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องใช้ในห้องน้ำหรือน้ำหอมต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานเฝ้าระวังสุขภาพแห่งชาติ (ANVISA) และผู้ประกอบการต้องมีใบอนุญาต Autorização de Funcionamento de Empresa ในการดำเนินงาน ทั้งนี้ผู้นำเข้าต้องแสดงชุดเอกสาร (ชุดเดียวกับที่บริษัทในประเทศต้องยื่น) รายละเอียดดังปรากฏในเว็บไซต์ ANVISA

ANVISA

จัดกลุ่มสินค้าออกเป็น 2 ระดับคือ ระดับ 1 และระดับ 2

  • ระดับ 1 ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะพื้นฐานหรือขั้นปฐมภูมิที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ และไม่ต้องมีรายละเอียดการใช้งานและข้อจำกัด เช่น สบู่ แชมพู ครีมเสริมความงาม โลชั่นทาตัว เครื่องแต่งหน้า และลิปสติก
  • ระดับ 2 ผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย ต้องมีเอกสารแสดงรายละเอียดและข้อจำกัดในการใช้ เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก แชมพูขจัดรังแค ยาสีฟันป้องกันฟันผุและยับยั้งหินปูน

การนำเข้าอาหารและเครื่องดื่ม

การขนส่งสินค้าประเภทพอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดต้องมีใบอนุญาตการนำเข้า ผู้นำเข้าชาวบราซิลต้องเป็นผู้ดำเนินการสมัคร หลังจากที่ผู้ส่งออกออกใบแจ้งหนี้ล่วงหน้าแล้ว (Pro Forma invoice) ผู้นำเข้าจึงจะสามารถยื่นขอรับใบอนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ SISCOMEX ซึ่งเป็นระบบดูแลด้านการค้าระหว่างประเทศทั้งหมด การขนส่งสินค้าทั้งหมดต้องมีใบรับรองสุขอนามัยจากเจ้าหน้าที่สุขภาพสิ่งแวดล้อมในประเทศ

MAPA: กระทรวงเกษตร

ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์สัตว์ เนื้อแดงและผลิตภัณฑ์พลอยได้จากเนื้อแดง เนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์พลอยได้จากสัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์ปลา อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นมและไข่

เครื่องดื่ม: ประเภทมีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ (ยกเว้นเครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มไฮโดรอิเล็กโตรลิติก เครื่องดื่มประเภทนมถั่วเหลือง)

ผักและผลไม้: แห้ง สด แปรรูป

ผลผลิตขั้นกลาง: แป้งสาลี เมล็ดพันธุ์ เป็นต้น

สินค้าเทกอง (แป้งสาลี ธัญพืช ข้าว ถั่วเหลือง ฝ้าย ยาสูบ เมล็ดพืช ถั่วลิสง แป้ง เป็นต้น) อาหารสัตว์ อาหารปศุสัตว์ พืชและเมล็ดพันธุ์ สัตว์ น้ำอสุจิและตัวอ่อน

ANVISA: หน่วยงานรับผิดชอบการตรวจสอบอาหาร

ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค

อาหาร: ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและแปรรูปทั้งหมด (ยกเว้นผลิตภัณฑ์ภายใต้ MAPA)

เครื่องดื่ม: เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มไฮโดรอิเล็กโตรลิติก และเครื่องดื่มประเภทนมถั่วเหลือง

ผลผลิตขั้นกลาง: (น้ำตาล สารให้ความหวาน น้ำแร่ น้ำแต่งรสชาติ สารปรุงแต่งและเครื่องปรุงอื่นๆ

ยกเว้นผลิตภัณฑ์ภายใต้การกำกับของ MAPA) ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการนำเข้าอาหาร: USDA


การส่งออก

ขั้นตอนการส่งออกมีกฎระเบียบน้อยกว่าการนำเข้า ผู้ส่งออกอาจต้องศึกษาข้อบังคับด้านการส่งออกบางประการ เช่น การห้ามการส่งออกสินค้าบางประเภททั้งหมดหรือบางส่วน โควตาการนำเข้า-ส่งออกประจำปี การระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์บางประเภทชั่วคราว

ผลิตภัณฑ์บางประเภทต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงบางกระทรวงโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ที่ห้ามส่งออกบางประเภทระบุใน เว็บไซต์ MDIC www.desenvolvimento.gov.br/sitio/interna/interna.php?area=5&menu=259&refr=245

เนื่องจากธุรกรรมการส่งออกต้องดำเนินการตามสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราที่เกี่ยวข้อง (การแลกเปลี่ยนจากเงินตราต่างประเทศเป็นสกุลเงินเรอัล หรือในทางกลับกัน) ผู้ส่งออกต้องขึ้นทะเบียนการทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคารกลางบราซิล ซึ่งเป็นผู้ดูแลควบคุมเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้าและไหลออกจากประเทศ

ขั้นตอนการส่งออกต้องขึ้นทะเบียนในระบบ SISCOMEX ซึ่งมีการขึ้นทะเบียนธุรกรรมการนำเข้าและการส่งออก และในระบบ SISBACEN ซึ่งเป็นระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ควบคุมโดยธนาคารกลางบราซิล การขึ้นทะเบียนส่งออก (RE - Registro de Exportação) ต้องแล้วเสร็จก่อนการขนส่งผลิตภัณฑ์ หลังจากขึ้นทะเบียนแล้ว ผู้ส่งออกต้องขนส่งผลิตภัณฑ์ภายใน 60 วัน มิฉะนั้นการขึ้นทะเบียนส่งออกจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

การส่งออกบางประเภทต้องขออนุมัติล่วงหน้า ยกเว้นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จดทะเบียนบางรายการ รายการจดทะเบียนดังกล่าวรวมถึงสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ น้ำมัน ก๊าซ สินค้าที่มีส่วนประกอบของนิวเคลียร์และสารกัมมันตภาพรังสี อาวุธ รวมถึงรายการอื่นๆ

ในกรณีที่ต้องใช้เอกสารเพื่อเดินทางเข้าต่างประเทศ ต้องแสดงเอกสารแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนการขนส่งสินค้า


สิทธิประโยชน์

ประเทศบราซิลกระตุ้นการส่งออกโดยการมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่นักลงทุนจำนวนมาก เช่น การละเว้นหรือการลดภาษีอากรขาเข้าให้แก่วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าส่งออก สิทธิประโยชน์ทางภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) การอำนวยความสะดวกในการจัดการทางการเงินพิเศษและอื่นๆ

โครงการ REINTEGRA เริ่มครั้งแรกในปี 2011 เพื่อช่วยลดภาระภาษีให้แก่ผู้ส่งออก โดยคืนเครดิตร้อยละ 3 จากมูลค่าผลิตภัณฑ์ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชดเชยภาษีแฝงในผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์บางรายการมีข้อจำกัดด้านการนำเข้า ข้อจำกัดดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นภัยต่อสุขภาพมนุษย์และสัตว์ สภาพแวดล้อม สิ่งประดิษฐ์ล้ำค่า หรือความมั่นคงแห่งชาติ


ตัวอย่างสินค้าต้องห้าม

  • บุหรี่หรือเครื่องดื่มที่ผลิตในบราซิลเพื่อการส่งออก
  • ผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มีรูปร่างหรือบรรจุภัณฑ์คล้ายบุหรี่และมุ่งจำหน่ายผู้บริโภครุ่นใหม่ (มาตรา 1 กฎหมายฉบับที่ 12.921/2013)
  • ของเล่น อาวุธปืนจำลอง ซึ่งอาจทำให้สับสนกับอาวุธปืนจริง ยกเว้นประเภทที่ออกแบบให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้งาน ตามได้รับอนุญาตจากกองทัพบราซิล (มาตรา 26 กฎหมายฉบับที่ 10.826/2003)
  • สายพันธุ์สัตว์ป่าที่ไม่มีเอกสารทางเทคนิคและใบอนุญาตที่ออกโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อม
  • พืชน้ำและสัตว์น้ำเพื่อใช้เป็นของประดับและเพื่อการเกษตรในรัฐใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจ
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้าปลอม เปลี่ยนแปลงหรือลอกเลียนแบบ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นเท็จ
  • สินค้าที่ละเมิดกฎทรัพย์สินทางปัญญา (ผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์)
  • ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นพิษต่อการเกษตร มีส่วนประกอบของสารเคมีเป็นพิษ และอื่นๆ
  • สินค้าที่ก่อให้เกิดคำถามทางจริยธรรม หรือขัดต่อจริยธรรม สุขภาพหรือความสงบเรียบร้อยของส่วนรวม

กฎหมาย: มาตรา 692 ของกฎหมาย "Regulamento Aduaneiro" ระบุว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์ต้องห้ามจะถูกจับกุมและสินค้าถูกกำจัดทิ้ง (Decreto-Lei nº 1.455, de 1976, art. 26, caput) ทั้งนี้มีบทลงโทษคือการยึดหรือริบสินค้าต้องห้าม

สินค้าใช้แล้ว: การนำเข้าสินค้าใช้แล้วต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้าที่มิได้ออกโดยระบบอัตโนมัติก่อนขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ ตามข้อตกลงของ Portaria Secex n° 23/2011 ตามปกติสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้แล้วถูกห้ามมิให้นำเข้า โดยสินค้าทุนที่ใช้แล้วจะได้รับอนุญาตให้นำเข้าก็ต่อเมื่อไม่มีสินค้าที่ใกล้เคียงกันผลิตภายในประเทศ ชิ้นส่วนการบินเป็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใช้แล้วที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าประเทศบราซิล สินค้าที่มีการแก้ไขหรือประกอบใหม่ก็ถือว่าเป็นสินค้าใช้แล้ว ทั้งนี้ CS Brazil กำลังดำเนินการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐ-บราซิลเพื่อหยิบยกประเด็นดังกล่าวอยู่

ยาเสพติดและสารผิดกฎหมาย: SRF n° 110/1999 ครอบคลุมรายการสารเสพติดและสารผิดกฎหมาย